ใครที่กำลังมีปัญหาโรคทางเดินหายใจสุขภาพดีมีแนวทางการรักษาแบบใหม่ที่เพิ่มนำเข้ามาเปิดในไทยมาแนะนำ นั่นคือการใช้เกลือบำบัด (Salt Therapy) ที่ผู้รับการบำบัดจะเข้าไปนั่งในถ้ำเกลือจำลองเพื่อสูดรับไอเกลือในระดับอนุภาค 1-5 ไมครอน ที่สามารถแทรกซึมเข้าสู่ทุกส่วนในระบบทางเดินหายใจ แม้หลอดลมส่วนที่มีขนาดเล็กที่สุด โดยอนุภาคเกลือเหล่านี้จะทำการแยกสกัดอณูแปลกปลอมต่างๆ ให้หลุดออก ซึ่งต่อมาจะถูกกําจัดทิ้งโดยการขับของเสียออกจากร่างกาย เช่น การไอ จาม และทางเสมหะ
อณูเกลือจะทําลายต้นเหตุของการอักเสบต่างๆของโรคในระบบทางเดินหายใจทั้งการติดเชื้อในทางเดินหายใจตอนบนและตอนล่าง โรคหืดหอบ หลอดลมอักเสบตลอดจนอาการหวัดจากภูมิแพ้ ซึ่งมีการวิจัยออกมาว่าการบำบัดด้วยเกลือนั้นสอดคล้องกับหลักอายุรเวท ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
เด็กๆ ก็สามารถบำบัดโรคด้วยเกลือได้
เกลือที่ใช้ในการบําบัด คือ Fharma Salt ซึ่งมีความเป็นธรรมชาติ 100% ปลอดภัยปราศจากการใช้ยา ไร้สารสังเคราะห์ใดๆ และทางการแพทย์ก็พิสูจน์แล้วว่าเด็กๆ สามารถรักษาโรคทางเดินหายใจด้วยวิธีใช้เกลือบําบัดได้ดีกว่าการใช้ยา เนื่องจากปริมาณ
ฮอร์โมนในยาสังเคราะห์ สามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงและอันตรายได้มากกว่า อีกทั้งสามารถบรรเทาอาการผิดปกติต่างๆของระบบทางเดินหายใจได้ในระยะยาว (ผู้รับการบําบัดที่อายุน้อยที่สุดคือ 6 เดือน)
ผลที่ได้รับ จากถ้ำเกลือบำบัด
» ช่วยขับเสมหะที่เหนียวข้นและน้ำมูกเมือกได้เป็นอย่างดี
» ลดอาการหายใจขัด ไอ จาม คัดจมูกและระคายเคืองในโพรงจมูก
» ทำลายเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราในน้ำเมือก
» ลดอาการบวมพองของโพรงเยื่อเมือกและลดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ
» ช่วยให้การทำงานของระบบประสาทดีขึ้นและลดความเครียด เนื่องจากการปล่อย
อนุภาคเกลือที่เป็นประจุลบความเข้มข้นสูง
ข้อห้าม สำหรับการบำบัดด้วยถ้ำเกลือ
• ผู้ป่วยโรคอวัยวะภายในล้มเหลว
• ผู้ป่วยโรคทางจิตและติดยาเสพติดทุกชนิด
• ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจล้มเหลวและวัณโรค
• ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
• ผู้ที่มีอาการเมาสุรา
• สตรีมีครรภ์
ที่มา http://www.thaigoodhealth.com/showcontent.php?id=19
Freedomlife Blog
นางสาว สุพิชฌาย์ จันทรัตน์ รหัส 50116940097 ตอนเรียน ZA
วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
การเลือกใช้เครื่องสำอางป้องกันแสงแดด
การเลือกใช้เครื่องสำอางป้องกันแสงแดด มีข้อควรพิจารณา ดังนี้
ประการแรกที่ควรพิจารณา ก็คือ ให้สังเกตค่า SPF ( Sun Protection Factor )ซึ่งค่า SPF นี้ จะเป็นค่าที่บอกถึง ประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดด เช่น SPF 8 , 12 , 15 , 25 หรือ 30 เป็นต้น ค่า SPF ที่ต่ำ การป้องกันแสงแดดก็จะต่ำด้วย การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมาย ผู้ที่ต้องอยู่ในแดดจ้าเป็นเวลานาน ๆ ควรเลือกชนิดที่มีค่า SPF สูง เช่น SPF 15 หรือมากกว่านั้น สำหรับผู้ที่ใช้เครื่องสำอางทาผิวหน้าที่มีส่วนผสมของสาร เอ เอช เอ ต้องใช้ เครื่องสำอางป้องกันแสงแดดควบคู่ไปด้วย เนื่องจาก เอ เอช เอ จะทำให้ผิวหน้าไวต่อแสงแดดมากขึ้น
ประการที่สอง เลือกดูที่ฉลากว่ากันน้ำหรือไม่ เพราะกรณีต้องการป้องกันแสงแดดขณะว่ายน้ำควรเลือกชนิดที่ กันน้ำ ( Water resistance)
ประการที่สาม เลือกดูที่ฉลากว่าทนเหงื่อหรือไม่ เพราะกรณีต้องการป้องกันแสงแดดเมื่อเล่นกีฬา โดยเฉพาะ หน้าร้อนเหงื่อจะออกมาก ควรเลือกชนิดที่ทนเหงื่อ( Sweat resistance)
ประการสุดท้าย ควรเลือกใช้ชนิดที่ฉลากระบุว่าสามารถป้องกันรังสีคลื่นยาวหรือรังสียูวีเอ และคลื่นสั้นหรือรังสียูวีบี หรือป้องกันได้ทั้งสองอย่าง เพราะรังสียูวีเอจะทำให้ผิวเหี่ยวย่น รังสียูวีบีทำให้ผิวไหม้แดดและทำให้เกิดมะเร็งของผิวหนัง
ที่มา http://www.oryor.com/oryor/admin/module/fda_info/file/f_179_1181109270.pdf
ประการแรกที่ควรพิจารณา ก็คือ ให้สังเกตค่า SPF ( Sun Protection Factor )ซึ่งค่า SPF นี้ จะเป็นค่าที่บอกถึง ประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดด เช่น SPF 8 , 12 , 15 , 25 หรือ 30 เป็นต้น ค่า SPF ที่ต่ำ การป้องกันแสงแดดก็จะต่ำด้วย การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมาย ผู้ที่ต้องอยู่ในแดดจ้าเป็นเวลานาน ๆ ควรเลือกชนิดที่มีค่า SPF สูง เช่น SPF 15 หรือมากกว่านั้น สำหรับผู้ที่ใช้เครื่องสำอางทาผิวหน้าที่มีส่วนผสมของสาร เอ เอช เอ ต้องใช้ เครื่องสำอางป้องกันแสงแดดควบคู่ไปด้วย เนื่องจาก เอ เอช เอ จะทำให้ผิวหน้าไวต่อแสงแดดมากขึ้น
ประการที่สอง เลือกดูที่ฉลากว่ากันน้ำหรือไม่ เพราะกรณีต้องการป้องกันแสงแดดขณะว่ายน้ำควรเลือกชนิดที่ กันน้ำ ( Water resistance)
ประการที่สาม เลือกดูที่ฉลากว่าทนเหงื่อหรือไม่ เพราะกรณีต้องการป้องกันแสงแดดเมื่อเล่นกีฬา โดยเฉพาะ หน้าร้อนเหงื่อจะออกมาก ควรเลือกชนิดที่ทนเหงื่อ( Sweat resistance)
ประการสุดท้าย ควรเลือกใช้ชนิดที่ฉลากระบุว่าสามารถป้องกันรังสีคลื่นยาวหรือรังสียูวีเอ และคลื่นสั้นหรือรังสียูวีบี หรือป้องกันได้ทั้งสองอย่าง เพราะรังสียูวีเอจะทำให้ผิวเหี่ยวย่น รังสียูวีบีทำให้ผิวไหม้แดดและทำให้เกิดมะเร็งของผิวหนัง
ที่มา http://www.oryor.com/oryor/admin/module/fda_info/file/f_179_1181109270.pdf
วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ศักยภาพของการผลิตยาในปัจจุบันและแนวโน้มของเทคโนโลยีการผลิตยาในอนาคต
วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัยนี้เป็นการศึกษาเพื่อหาแนวทางในการสนับสนุนและพัฒนาอุตสาห-กรรมผลิตยา โดยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในด้านศักยภาพของการผลิตยาในปัจจุบัน และแนวโน้มของเทคโนโลยีในอนาคต
การศึกษาแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ ส่วนที่หนึ่งทำโดยประชุมระดมสมองกลุ่ม ผู้ประกอบการและผู้แทนภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมแนวคิด และประสบการณ์จากผู้ประกอบการ มีผู้ เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 34 คน โดยเป็นผู้ประกอบการภาคเอกชน 26 คน และตัวแทนจากสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) 1 คน ส่วนที่สองทำโดยออกแบบสอบถามสำรวจสถานภาพของ โรงงานในปัจจุบันและข้อคิดเห็นจากโรงงานในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและพัฒนาตำรับยา โรงงานยาที่ตอบแบบสอบถามมาทั้งสิ้น 24 โรงงาน ในจำนวนนี้ 2 โรงงาน ยังไม่ได้หนังสือรับรอง มาตรฐานการผลิตยา (GMP certificate)
จากการรวบรวมและประมวลข้อมูลทั้งสองส่วนสามารถสรุปได้ว่าอุตสาหกรรมยาภายในประเทศมีลักษณะการผลิตเป็นกระบวนการขั้นปลาย การวิจัยและพัฒนาเป็นการหาสูตรตำรับ และปรับปรุงกระบวนการผลิต ความช่วยเหลือจากภาครัฐและมหาวิทยาลัยที่มีต่อโรงงานยาในด้านการผลิตและควบคุมคุณภาพอยู่ในระดับต่ำ ส่วนความช่วยเหลือในด้านการปรับปรุงให้ได้ตามแนวทางที่ดีในการผลิตยาและด้านการ ส่งออกเป็นที่น่าพอใจ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตประมาณร้อยละ 90 ต้องนำเข้าในขณะที่เภสัชภัณฑ์ที่ผลิตได้ส่งออกเฉลี่ยเพียงร้อยละ 6 ตำรับยาที่ผลิตเป็นยาสามัญ การผลิตยาที่อาศัยเทคโนโลยีระดับสูงมีน้อยมาก การที่โรงงานไม่ได้ผลิตยาที่ใช้เทคโยโลยีสูงส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่มีราคาแพง การพัฒนาอุตสาหกรรมควรเน้นให้ผู้ผลิตยาอยู่บนพื้นฐานการแข่งขันที่เป็นธรรม อีกประการหนึ่งในด้านการตลาดคือการที่นโยบายของรัฐเน้นราคาต่ำ การแข่งขันจึงเป็นไปในด้านราคามากกว่าคุณภาพ จากข้อมูลเหล่านี้พอจะเข้าใจได้ว่าอุตสาหกรรมยามีศักยภาพที่จะเติบโต แข่งขันกับประเทศอื่นๆได้ ในขณะที่จำนวนโรงงานยาและทะเบียนตำรับยามีแนวโน้มจะลดลง หากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในด้านการแข่งขันเสรีในประเทศ และการทบทวนการประมูลยาโดยราคาต่ำ การที่ให้มหาวิทยาลัยร่วมในการพัฒนายา และสารช่วยต่างๆ จะผลักดันให้เกิดความรุดหน้าในอุตสาหกรรมยาเร็วขึ้น
ที่มา http://library.hsri.or.th/abs/res/hs0888t.doc
การศึกษาแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ ส่วนที่หนึ่งทำโดยประชุมระดมสมองกลุ่ม ผู้ประกอบการและผู้แทนภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมแนวคิด และประสบการณ์จากผู้ประกอบการ มีผู้ เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 34 คน โดยเป็นผู้ประกอบการภาคเอกชน 26 คน และตัวแทนจากสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) 1 คน ส่วนที่สองทำโดยออกแบบสอบถามสำรวจสถานภาพของ โรงงานในปัจจุบันและข้อคิดเห็นจากโรงงานในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและพัฒนาตำรับยา โรงงานยาที่ตอบแบบสอบถามมาทั้งสิ้น 24 โรงงาน ในจำนวนนี้ 2 โรงงาน ยังไม่ได้หนังสือรับรอง มาตรฐานการผลิตยา (GMP certificate)
จากการรวบรวมและประมวลข้อมูลทั้งสองส่วนสามารถสรุปได้ว่าอุตสาหกรรมยาภายในประเทศมีลักษณะการผลิตเป็นกระบวนการขั้นปลาย การวิจัยและพัฒนาเป็นการหาสูตรตำรับ และปรับปรุงกระบวนการผลิต ความช่วยเหลือจากภาครัฐและมหาวิทยาลัยที่มีต่อโรงงานยาในด้านการผลิตและควบคุมคุณภาพอยู่ในระดับต่ำ ส่วนความช่วยเหลือในด้านการปรับปรุงให้ได้ตามแนวทางที่ดีในการผลิตยาและด้านการ ส่งออกเป็นที่น่าพอใจ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตประมาณร้อยละ 90 ต้องนำเข้าในขณะที่เภสัชภัณฑ์ที่ผลิตได้ส่งออกเฉลี่ยเพียงร้อยละ 6 ตำรับยาที่ผลิตเป็นยาสามัญ การผลิตยาที่อาศัยเทคโนโลยีระดับสูงมีน้อยมาก การที่โรงงานไม่ได้ผลิตยาที่ใช้เทคโยโลยีสูงส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่มีราคาแพง การพัฒนาอุตสาหกรรมควรเน้นให้ผู้ผลิตยาอยู่บนพื้นฐานการแข่งขันที่เป็นธรรม อีกประการหนึ่งในด้านการตลาดคือการที่นโยบายของรัฐเน้นราคาต่ำ การแข่งขันจึงเป็นไปในด้านราคามากกว่าคุณภาพ จากข้อมูลเหล่านี้พอจะเข้าใจได้ว่าอุตสาหกรรมยามีศักยภาพที่จะเติบโต แข่งขันกับประเทศอื่นๆได้ ในขณะที่จำนวนโรงงานยาและทะเบียนตำรับยามีแนวโน้มจะลดลง หากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในด้านการแข่งขันเสรีในประเทศ และการทบทวนการประมูลยาโดยราคาต่ำ การที่ให้มหาวิทยาลัยร่วมในการพัฒนายา และสารช่วยต่างๆ จะผลักดันให้เกิดความรุดหน้าในอุตสาหกรรมยาเร็วขึ้น
ที่มา http://library.hsri.or.th/abs/res/hs0888t.doc
วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
เมนูสุขภาพ - ข้าวฮางคลุกน้ำพริกเผา
เครื่องปรุง ข้าวฮางหุงสุกแล้ว 1 ทัพพีพูน น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ เนื้อปลาดุกย่าง 1/2 ตัว ไข่เค็ม 1/2 ลูก กุ้งแห้งปั่น 1 ช้อนโต๊ะ ผักบุ้ง ผักสะเดา เอาไว้แกล้ม
วิธีทำ คลุกข้าวฮางกับน้ำพริก จัดเครื่องเคียงทุกอย่างลงจาน กินแกล้มกับผักอย่างผักบุ้ง สะเดาผ่านไฟเป็นต้น
คุณค่า ข้าวฮางมีสารเส้นใยสูงกว่าข้าวขาวอย่างน้อย 3 เท่า การหันมากินข้าวฮางเพื่อป้องกันลำไส้ใหญ่จึงสอดคล้องกับรสนิยมการกินของคนไทย เพียงแต่เปลี่ยนจากกินข้าวขาวมาเป็นข้าวฮางเท่านั้น ลำไส้ใหญ่ของเราก็จะสะอาดเอี่ยม และปลอดจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ สะเดาก็เป็นผักพื้นบ้านไทยที่มีสารเส้นใยสูงมาก สูงกว่าผักตลาดทั่ว ๆ ไปถึง 5 เท่า คนไทยโบราณนิยมกินสะเดาเป็นยา จึงไม่ค่อยเป็นโรคนี้
ที่มา http://article.zubzip.com/?article-เมนูสุขภาพ---ข้าวฮางคลุกน้ำพริกเผา-4434
วิธีทำ คลุกข้าวฮางกับน้ำพริก จัดเครื่องเคียงทุกอย่างลงจาน กินแกล้มกับผักอย่างผักบุ้ง สะเดาผ่านไฟเป็นต้น
คุณค่า ข้าวฮางมีสารเส้นใยสูงกว่าข้าวขาวอย่างน้อย 3 เท่า การหันมากินข้าวฮางเพื่อป้องกันลำไส้ใหญ่จึงสอดคล้องกับรสนิยมการกินของคนไทย เพียงแต่เปลี่ยนจากกินข้าวขาวมาเป็นข้าวฮางเท่านั้น ลำไส้ใหญ่ของเราก็จะสะอาดเอี่ยม และปลอดจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ สะเดาก็เป็นผักพื้นบ้านไทยที่มีสารเส้นใยสูงมาก สูงกว่าผักตลาดทั่ว ๆ ไปถึง 5 เท่า คนไทยโบราณนิยมกินสะเดาเป็นยา จึงไม่ค่อยเป็นโรคนี้
ที่มา http://article.zubzip.com/?article-เมนูสุขภาพ---ข้าวฮางคลุกน้ำพริกเผา-4434
วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
คำมั่นสัญญาด้านการวิจัยและการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของยูนิซิตี้
ยูนิซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้อุทิศตนใหกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการโภชนาการและสุขภาพให้ได้คุณภาพสูงสุด การเข้าถึงอย่างครอบคลุมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สามารถรับประกันได้ว่าสูตรที่เราคิดค้นขึ้นมีประสิทธิภาพ สมบูรณ์แบบ สมดุลและปลอดภัยแล้ว ผลิตภัณฑ์ทุกผลิตภัณฑ์ของเราต่างก็อยู่บนพื้นฐานของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างดีเยี่ยม ด้วยส่วนผสมที่ได้รับการรับรองจากการศึกษาขงสถาบันการวิจัยมากกว่าหนึ่งแห่งซึ่งอยู่เบื้องหลังความมีประสิทธิภาพนี้ภายใต้การนำของผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์ของยูนิซิตี้ ดร.โทมัส คัลเลอร์ นักวิทยาศาสตร์ของเรามีความเพียรพยายามในการทบทวนการทดลองทางวิทยาศาสตร์และการศึกษาวิจัยเพื่อให้มั่นใจว่าส่วนผสมที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมีปริมาณที่พอเหมาะเพื่อศักยภาพสูงสุด เมื่อทุกอย่างพอเหมาะอย่างเหมาะสมผลิตภัณฑ์ของยูนิซิตี้ผ่านการวิจัยขั้นแรก
นักวิทยาศาสตร์ของยูนิซิตี้ทำงานเป็นคู่กับนักวิจัยและนักเทคนิคของสถาบันวิจัยชั้นนำ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลในเครือข่ายของการวัยทางวิทยาศาสตร์ จากทวีปออสเตรเลียถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทวีปยุโรปถึงอเมริกา ความรับผิดชอบในเรื่องวิทยาศาสตร์เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เนื่องจากเราเสนอผลงานทางวิทยาศาสตร์ของเราอย่าสมํ่าเสมอที่งานประชุมวิชาการยาและได้รับการลงชื่อในหนังสือ Physicians'Desk Reference อันทรงเกียรติ
เนื่องจากโภชนาการเป็นวิทยาศาสตร์ที่ไม่หยุดนิ่ง ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ต้องได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้ทันกับการวิจัยและการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในขณะนั้น ผลลัพธ์คือ นวัตกรรมเป็นหัวใจของผลิตภัณฑ์ การวิจัยอย่างต่อเนื่องของเราได้รวบรวมการศึกษาวิถีชีวิตของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เป็นการแน่ใจว่านวัตกรรมของเราคงความเป็นธุรกิจและในขณะเดียวกันก็คงคุณค่าทางด้านโภชนาการด้วย
มาตรฐานที่เยี่ยมยอดของเรา
คุณภาพและความปลอดภัยเป็นเครื่องหมายของสูตรที่คิดค้นขึ้นของยูนิซิตี้ ผลิตภัณฑ์ของเราผลิตขึ้นภายใต้แนวคิดของ GMP(Good Maunfacturing Practices) อย่างเข้มงวด ตามที่กำหนดไว้โดยกฎระเบียบขั้นตอนของรัฐบาล จากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆเพื่อการผลิตและบรรจุภัณฑ์ ยูนิซิตี้ดูแลทุกขั้นตอนคุณภาพด้วยความเข้มงวด จากการค้นพบความแตกต่าง ด้วยมาตรฐานที่เยี่ยมยอดของเราจะช่วยให้คุณมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น
ที่มา http://unicity.udeplaza.com/index.php?app=store&act=article&id=210
นักวิทยาศาสตร์ของยูนิซิตี้ทำงานเป็นคู่กับนักวิจัยและนักเทคนิคของสถาบันวิจัยชั้นนำ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลในเครือข่ายของการวัยทางวิทยาศาสตร์ จากทวีปออสเตรเลียถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทวีปยุโรปถึงอเมริกา ความรับผิดชอบในเรื่องวิทยาศาสตร์เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เนื่องจากเราเสนอผลงานทางวิทยาศาสตร์ของเราอย่าสมํ่าเสมอที่งานประชุมวิชาการยาและได้รับการลงชื่อในหนังสือ Physicians'Desk Reference อันทรงเกียรติ
เนื่องจากโภชนาการเป็นวิทยาศาสตร์ที่ไม่หยุดนิ่ง ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ต้องได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้ทันกับการวิจัยและการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในขณะนั้น ผลลัพธ์คือ นวัตกรรมเป็นหัวใจของผลิตภัณฑ์ การวิจัยอย่างต่อเนื่องของเราได้รวบรวมการศึกษาวิถีชีวิตของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เป็นการแน่ใจว่านวัตกรรมของเราคงความเป็นธุรกิจและในขณะเดียวกันก็คงคุณค่าทางด้านโภชนาการด้วย
มาตรฐานที่เยี่ยมยอดของเรา
คุณภาพและความปลอดภัยเป็นเครื่องหมายของสูตรที่คิดค้นขึ้นของยูนิซิตี้ ผลิตภัณฑ์ของเราผลิตขึ้นภายใต้แนวคิดของ GMP(Good Maunfacturing Practices) อย่างเข้มงวด ตามที่กำหนดไว้โดยกฎระเบียบขั้นตอนของรัฐบาล จากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆเพื่อการผลิตและบรรจุภัณฑ์ ยูนิซิตี้ดูแลทุกขั้นตอนคุณภาพด้วยความเข้มงวด จากการค้นพบความแตกต่าง ด้วยมาตรฐานที่เยี่ยมยอดของเราจะช่วยให้คุณมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น
ที่มา http://unicity.udeplaza.com/index.php?app=store&act=article&id=210
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)